วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2551

เมืองตักกะศิลา

ข้าไหว้พระพุทธ พระธรรมบริสุทธิ์ พระสงฆ์บริพาร บิดามารดา ครูบาอาจารย์ ขอแต่งนิทาน เมืองตักกะศิลา ขอให้มีไชย ชะนะแก่ภัย โรคะโรคา กล่าวกลอนสอนไว้ ตามในตำรา เมืองตักศิลา ครั้งห่าลงเมือง พระฤาษีเมตตา เห็นเวทนา ฝูงคนตายเปลือง จึงไว้ตำรา มีมาตามเรื่อง เปนบุญไปเบื้อง หน้าชั่วกัลปา ถ้าแรกล้มไข้ ท่านมากล่าวไว้ ให้พิจารณา ภายนอกภายใน ให้ร้อนหนักหนา เมื่อยซบกายา ตาแดงเปนสาย บ้างเย็นบ้างร้อน เปนบั้นเปนท่อน ไปทั่วทั้งกาย ขึ้นมาให้เห็น เปนวงเปนลาย บางคาบเปนสาย เปนริ้วยาวรี ลางบางไม่ขึ้น เปนวงฟกลื่น กายหมดดิบดี หมอมักว่าเปน สันนิบาตก็มี ให้ยาผิดที แก้กันไม่ทัน อย่าเพ่อกินยา ร้อนแรงแข้งกล้า ส้มเหล้าน้ำมัน เอาโลหิตออก กอกเลือดนวดฟั้น ปล่อยปลิงมิทัน แก้กันเลยนา ถ้ายังไม่รู้ให้แก้กันดู แต่พันธ์ฝูงยา เย็นเปนอย่างยิ่ง ขมจริงโอชา ฝาดจึดพืชน์ยา ตามอาจารย์สอน ถ้าจะใคร่รู้ เอาเทียนส่องดู ให้รู้แน่นอน ถ้ายังมิขึ้น เร่งกินยาถอน กระทุ้งขึ้นก่อน อาบพ่นจนเห็น ถ้าทำสิ้นจบ มิขึ้นตระหลบ กินตับซ่อนเร้น ต่อเมื่อมรณา ขึ้นมาให้เห็น ดังก้านเผือกเปน เขียวขาวแดงมี ลางบางเล่าไซ้ ไม่เจ็บไม่ไข้ อยู่ๆๆดีดี ขึ้นมาให้เห็น สองสามราตรี จึงมีไข้ก็มี อย่าให้รักษา ถ้าว่าล้มไข้ ลงก่อนเล้าไซ้ สองสามวันมา ผุดขึ้นให้เห็น ดำเขียวขึ้นมา ท่านให้รักษา แต่งยาติดตาม ถ้าว่าออกดำ ขึ้นเขียวซ้ำซ้ำ ดุจดังสีคราม รายทั่วกายา ดังสีหว้าห่าม ลางคาบขึ้นคล้าม สีอย่างจิงจำ เติบเท่านิ้วชี้ สองนิ้วก็มี เรียกว่าออกดำ พิเคราะห์ให้เท้ แน่แล้วจึงทำ ยาแก้ออกดำทำตามตำรา โปรดติตามบทต่อไปจะกล่าวถึง อาการของโรคห่า ต่อไป............

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2551

โรคเด็ก ๘ ประการ ตามตำราโบราณ

(๑) ไนยอหนึ่งนั้นเด็กไข้ แม่ทรางใดมากระทำ เข้าประจำสองโทษ กุมารโสดให้ท้องขึ้น เท้ามือมึนเยือกเย็น อุจจาระเหม็นพิการ พอมาพานสำรอกทับ อาการกลับเร่งแรงร้าย ให้ลงท้องกระหายน้ำ มีกำลังด้วยเชื่อมมั่ว ให้ปวดหัวตัวร้อน ตีนมือท่อนปลายเย็น อาการเปนดังนี้ เอายาตรีให้กินเช้า ยามเที่ยงเอาหอมผักหนอก ยามเย็นบอกประสะนิล น้อยให้กินสำหรับ
(๒) หนึ่งทรางสำรอก อาจารย์บอกไว้แจ้ง สำรอกแห่งกุมาร มีอาการสี่อย่าง เหลืองเขียวบ้างเสมหะ เปนเม็ดมะเขือก็มี ยังทวีด้วยทรางแทรก อาการแปลกต่อไป ขึ้นคอไอนอนผวา ไม่นำพาซึ่งนมข้าว ตัวนั้นเล่าบางทีร้อน บ้างก็ผ่อนให้หนาว และบางคราวเปนท่อน เย็นและร้อนไม่เหมือนกัน หนึ่งตามันมักดูบนทรางระคนกับสำรอก อาการบอกจะแจ้งใจ
(๓) หนึ่งนั้นไซร้ทรางทำ เจ็บประจำอยู่ก่อน ให้อธิกรณ์แก้เด็กใด ท้องหลงไหลเปนมูกคละ อุจจาระพิการเปน เปรี้วคาวเหม็นสองอย่าง ละอองทรางขึ้นคอใน กำเริบไอเป็นหมู่ๆ กำเดาจู่มาซ้ำเข้า ให้ซึมเซาเชื่อมมัว หัวตัวเปนเปลวร้อน โดยอธิกรณ์สังเกตมา แพทย์ให้ยาอย่าดูเบา
(๔) หนึ่งกำเดาเปนต้นไข้ ทำให้ไอปวดหัว ทั่วตัวเปนเปลวร้อน นอนสะท้อนถอนหายใจใหญ่ ดูหายใจติดจะสั้น ปากคอนั้นแห้งสามารถ หลับๆหวาดๆผวาให้ ทรางนั้นไซร้พลอยเกิด เมื่อกำเหนิดในคออก ข้าวนมยกบ่พาน ต้องหลังดานท้องขึ้นแข็ง อาการแสดงเป็นสองโทษ อาจารย์โจทย์ให้เห็น ให้ยาเย้นและสุขุม
(๕) หนึ่งทรางกุมโทษให้ ยังอยู่ในระหว่างทำ มูกเลือดดำสดก็มี ปวดเบ่งทวีเปนกำลัง กำเดาบังเกิดจรมา ทั่วกายาร้อนตลอด เชื่อมมั่วทอดไม่สมฤดี เห็นวารีให้อยาก หายใจกระดากให้ขัด โทษอุบัติดังนี้ไซร้ มิเปนไพรพอกกระทำ เช้ายาน้ำสมอไทย ยามเที่ยงใช้หอมผักหนอก อาจาย์บอกอย่าพลั้ง
(๖) หนึ่งกำเด็กำเดา ให้ซึมเซาเชื่อมมัว ปวดหัวตัวร้อนกล้า แต่บาทาตลอดบน บางทีท้นท้องขึ้นแรง หอบไอแห้งทำต่างๆ มูกเลือดขวางมาทับให้ ลงมิได้เปนเพลา ให้เวทนากระหายน้ำ ปวดเบ่งซ้ำเปนกำลัง อาการดังกล่าวมา พอเยียวยาไว้ได้
(๗) หนึ่งทรางไว้กระทำก่อน มันเบียฬบ่อนกินปอดตับ โดยตำหรับท่านกล่าวว่า ลงออกมาเปนส่าเหล้า น้ำไข่เน่าคาวขื่นเหม็น ปลายมือเปนมูเลือดสด ให้ระทดเบ่งปวดมวน หิวโหยกระหายน้ำ ตับนั้นซ้ำซุดลงมา ให้เวทนายิ่งมากเข้า เลือดเสลดเน่าพิการกล ตัวร้อนท้นทำท้องขึ้น ตีนมือมึนเยือกเย็น หนึ่งจงเห็นหายใจขัด อาการชัดดังกล่าวอ้าง เหลือแพทย์ง้างให้คืนกลับ
(๘) หนึ่งบังคับว่า กุมารากุมารี ล้มอกตีสีข้างฟัด ซอกซ้ำขัดในกายา อยู่นานมาจับไข้ ตัวร้อนไปเปนเพลา ดูหน้าตาไม่มีสี ยังทวีด้วยอาการ ตับบันดานตกจากที่ สองโทษทวีระคนกัน ให้ท้องนั้นล่วงลงมา เปนส่าเหล้าและไข่เน่า เบื้องปลายเล่าเปนมูกเลือด ไม่ห่างเหลืดเวลา นอนหลับตาเบ่งปสด ตัวร้อนรวดรุมไป หนึ่งหายใจสะอื้นขัด ตีนมือสบัดเย็นแลร้อน ทำยยอกย้อนให้ฉงน อากรกลมีนานา แม้ซัดว่าดังเช่น โทษแท้เปนเที่ยงตาย
อาการทับ ๘ ประการ พระอาจารย์ท่านกล่าวไว้โดยสังเขปให้กุลบุตรพึงศึกษาสำเนียกพิจารณาโดยเลอีดเทอญ

ก่อนจะเรียนแพทย์

อนึ่งจะกล่าวสอน กายนครมีมากหลาย ประเทียบเปรียบในกาย ทุกหญิงชายในโลกา ดวงจิตต์คือกษัตริย์ ผ่านสมบัติอันโอฬาร ข้าศึกคือโรคา เกิดเข่นฆ่าในกายเรา เปรียบแพทย์คือทหาร อันชำนาญรู้ลำเนา ข้าศึกมาอย่าใจเบา ห้อมล้อมรอบทุกทิศา ให้ดำรงกษัตริย์ไว้ คือดวงใจให้เร่งยา อนึ่งห้าใโกรธา ข้าศึกมาจะอันตราย ปิตตํคือวังหน้า เร่งรักษาเขม้นหมาย อาหารอยู่ในกาย คือเสบียงเลี้ยงโยธา หนทางทั้งสามแห่ง เร่งจัดเจงอยู่รักษา ห้ามอย่าให้ข้าศึกมา ปิดทางได้จะเสียที อนึ่งเล่าเล่ามีโจทย์ กล่าวยกโทษแพทย์อันมี ปรีชารู้คัมภีร์ เหตุฉันใจแก้มิฟัง คำเฉลยแก้ปุจฉา รู้รักษาก็จริงจัง ด้วยโรคเหลือกำลัง จึงมิฟังในการยา เมื่ออ่อนรักษาได้ แก่แล้วไซร้ยากนักหนา ไข้นั้นอุปมา เหมือนเพลิงป่าไหม้ลุกลาม เปนแพทย์พึงสำคัญ โอกาศนั้นมีอยู่สาม เคราะห์ร้ายขัดโชคนาม บางทีรู้เกินรู้ไป บางทีรู้มิทัน ด้วยโรคนั้นใช่วิสัย ตนบ่รู้ทิฏฐิใจ ถือว่ารู้ขืนกระทำ จบเรื่องที่ตนรู้ โรคนั้นสู้ว่าแรงกรรม ไม่สิ้นสงสัยทำ สุดมือม้วยน่าเสียดาย บางทีก็มีไชย แต่อย่าให้โรคนั้นหาย ท่านกล่าวอภิปาย ว่าชอบโรคนั้นเปนดี ผู้ใดใครทำชอบ ตามระบอบพระบาฬี กุศลผลจะมี เอนกนับเบื้องหน้าไป เรียนรู้ให้แจ้งกระจัด เห็นโรคขัดอย่าสงสัย เร่งยากระหน่ำไป อย่าถือใจว่าลองยา จะหนีหนีแต่ไกล ต่อจวนใกล้จะมรณา จึงหนีแพทย์นั้นหนา ว่ามิรู้ในท่าทาง อำไว้จนแก่กล้า แพทย์อื่นมาก็ขัดขวาง ต่อโรคเข้าระวาง ตรีโทษแล้วจึงออกตัว หินชาติแพทย์เหล่านี้ เวรามีมิกลัว ทำกรรมนำใส่ตัว จะตกไปในอบาย เรียนรู้คัมภีร์ไสย สุขุมไว้อย่าแพร่งพราย ควรกล่าวจึงขยาย อย่ายื่นแก้วแก่วานร ไม่รักจะทำยับ พาตำหรับเที่ยวขจร เสียแรงเปนครูสอน ทั้งบูญคุณก็เสื่อมศูนย์ รู้แล้วเที่ยวโจททาย แกล้งภิปรายความค้ามูล ควรรู้นั้นจะศูนย์ เพราะสามหาวเปนใจพาล ผู้ใดจะเรียนรู้ พิเคราะห์ดูผู้อาจารย์ เที่งแท้ว่าพิศดาร ทั้งพุทธ์ไสยจึงควรเรียน แต่สักเปนแพทย์ได้ คัมภีร์ไสยไม่จำเนียร ครุนั้นไม่ควรเรียน จะนำตนให้หลงทาง เราแจ้งคัมภีร์ฉัน ทศาสตร์อันบุราณปาน ก่อนกล่าวไว้ปนทาง นิพพานสุศิวาไล อย่าหมิ่นว่ารู้ง่าย ตำหรับรายอยู่ถมไป รีบด่วนประมาทใจ ดังนั้นแท้มิเปนการ ลอกได้แต่ตำรา เที่ยวรักษาโดยโวหาร อวดรู้ว่าชำนาญ จะแก้ไข้ให้พลันหาย โรคคือครุกรรม บรรจบจำอ่ายพึงทาย กล่าวเล่ย์อุบายหมาย ด้ายโลภหลงให้ลาภา บ้างจำแต่งเพศไว้ สิ่งเดียวได้สังเกตมา กองเลือดว่าเสมหา กองวาตาว่ากำเดา คัมภีร์กล่าวไว้หมด ไยมิจดมิจำเอา ทายโรคแต่โดยเดา ให้เชื่อถือในอาตมา รู้น้อยอย่าบังอาจ หมิ่นประมาทในโรคา แรงโรคว่าเร่งยา มิควรถือว่าแรงกรรม อนึ่งท่านได้กล่าวถาม อย่ากล่าวความบังอาจอำ เภอใจว่าตนจำ เพศไข้นี้อันเคยยา ใช่โรคสิ่งเดียวดาย จะพลันหายในโรคา ต่างเนื้อก็ต่างยา จะชอบโรคอันแปรปรวน บางทีก็ชอบยา แต่เคราะห์ครอบจึงหันหวน หายคายแล้วทบทวน จะโทษยาก็ผิดที อวดยาครั้นให้ยา เห็นโรคาไม่ถอยหนี กลับกล่าวว่าแรงผี ที่แท้ทำไม่รู้ทำ เห็นลาภจะใคร่ได้ นิยมใจไม่เกรงกรรม รู้น้อยบังอาจทำ โรคระยำเพราะแรงยา โรคนั้นคือโทโส จะภิญโยเร่งวัฒนา แพทย์เร่งกระหน่ำยา ก็ยิ่งยับระยำเยิน รู้แล้วอย่าอวดรู้ พินิจดูอย่าหมิ่นเมิน ควรยาหรือยาเกิน กว่าโรคนั้นจึงกลับกลาย ถนอมทำแต่พอควร อย่าโดยด่วยเอาพลันหาย ผิโรคนั้นกลับกลาย จะเสียท่าด้วยผิดที บ้างไห้แต่ยาผาย บรรจุถ่ายจนถึงดี เห็นโทษเข้าเปนตรี จึงออกตัวด้วยตกใจ บ้างรู้แต่ยากวาด เที่ยวอวดอาจไม่เกร่งภัย โรคน้อยให้หนักไป ดังก่อกรรมให้ติดกาย

วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2551

บทนำ แห่งตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

บานแพนก ศุภมัศดุ จุลศักราช ๑๒๓๒ อัศวสังวัจฉะระกรรติติกะมาศ สุกรปักษ์จตุคถดิถี ครุวารปริเฉทกาลกำหนด พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพมหามงกุฏ ษุรุษรัตนราชรวิงวงศ์วรุดมพงศ์บริพัตร วรชัยราชนิกโรดมจาตุรัตนบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ บรมธรรมิกมมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตรพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถลิงถลัวยราชบรมราชาภิศกผ่านพิภพ กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร มหินทรายุธยามหาดิลกภพนพรัตรราชธานีบุรีรมย์ อุดมพระราชนิเวศมหาสถาน เสด็จออก ณ พระที่นั่ง อมรินทรวินิจฉัย มหัยสวริยพิมาน โดยสถานอุตราภิมุข พร้อมด้วยพระบรมราชวงศานุวงศ์ และข้าละอองธุรีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยเฝ้าเบื้องบาทบงกชมาศ จึงพระบาทสมเด็จพระบรมมนารถบพิตรพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสสั่ง พระเจ้าราชวรวงศืเธอ กรมหมื่นภูบดีราชหฤทัยจางวางกรมแพทย์ กรมหมื่นอักษร สาสนโสภณ จางวางกรมพระอาลักษณ์ กรมอักษรพิมพการ ว่าตำหรับคำภีร์แพทย์สำหรับรักษาโรคต่างๆ เปนคุณ เปนประโยชน์เปนแก่ชนเปนอันมาก และตำหรับแพทย์ ซึ่งสร้างขึ้นไว้ใช้สรอยสืบกันมานั้นศุนย์หายไปเสียบ้าง ที่ยังเหลืออยู่ก็วิลาศคลาดเคลื่นไปบ้าง ให้กรมหมื่นภูบดีราชหฤททัยจัดหารวบรวมฉบับคำภีร์แพทย์ทั้งสิ้น มาชำระสอบสวนให้ถูกถ้วนดีแล้ว ส่งมาให้กรมหมื่นอักษรโสภณสร้างขึ้นไว้ เพื่อส่วนราชกุศล เปนที่เฉลิมพระเกียรติยศและสำหรับแผ่นดินสืบไป ข้าพระพุทธเจ้าพระยาอมรสาตรประสิทะิ์ศิลป์ ข้าพระพุทธเจ้าขุนเทพกุมารเพช ได้ชำระตรวจคำภีร์ปฐมจินดาถูกถ้วนแล้ว ส่งมาให้กรมพระอาลักณ์ ข้าพระพุทธเจ้าพระเจ้าวรวงศืเธอ กรมหมื่นอักษรสาสนโสภณ และหลวงสารประประเสริฐ ขุนนิมิตรอักษร ได้ชำระตัวอักษรถูกต้องแล้ว จัดขุนหมื่นราชบัณทิตย์เขียนอักษรขอมเส้นทอง กรมพระอาลักษณ์ขุบอักษรไทยเส้นหรดานทูลเกล้า ฯ ถวาย ข้าพระพุทธเจ้าได้สอบทานถูกต้องตามฉบับพระคำภีร์ ปฐมจินดาผูก๑ ปริเฉท๑ ว่าด้วยพรหม ป โรหิตเปนลักษณะพรหมจุติ ลักษณะโลหิตปรกติโทษ ลักษณะกุมารปฏิสนธิ์ ลักษณะชาติทุกข์ โดยสังเขป ขอเดชะ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม๑ ฉันทศาสตย์ พระยาวิชยา บดี (กล่อม) ผู้ว่าราชการเมืองจันทบุรี เรียบเรียง ข้าขอประนมหัตถ์ พระไตรรัตนนาถา ตรีโลกอมรมา อภิวาททนาการ หนึ่งข้าอัญชลี พระฤษีผู้ทรงญาน แปดองค์เธอมีฌาน โดยรอบรู้ในโรคา ไหว้คุณอิศวเรศ ทั้งพรมเมศทุกชั้นฟ้า สบสรรค์ซึ่งหว้านยา ประทานทั่วโลกธาตรี ไหว้ครูกุมารภัจ ผู้เจนจัดในคำภีร์ เวชศษสตบรรดามี ให้ทานทั่วแก่นรชน ไหว้ครูผู้สั่งสอน แต่ปางก่อนเจริญผล ล่วงลุนิพพานดล สำเร็จกิจประสิทธิ์พร จะกล่าวคำภีร์ฉัน ทศาสตร์บรรพ์ที่ครูสอน เสมอดวงทินกร แลดวงจันทร์กระจ่างตา ส่องสัตว์ให้สว่าง กระจ่างในมรรคา หมอนวดและหมอยา ผู้เรียนรู้คำร์ภีไสย์ เรียนรู้ให้ครบหมด จนจบบทคำภีร์ใน ฉันทศาสตร์ท่านกล่าวไข สิบสี่ข้อจงควรจำ เปนแพทย์นี้ยากนัก จะรู้จักซึ่งกองกองกรรม ตัดเสียซึ่งบาปธรรม สิบสี่ตัวจึงเที่ยงตรง เปนแพทย์ไม่รู้ใน คัมภีร์ไสย์ทานบรรจง รู้แต่ยามาอ่าองค์ รักษาไข้ไม่เข็ดขาม บางหมอก็กล่าวคำ มุสาซ้ำกระหน่ำความ ยกตนว่าตนงาม ประเสริฐยิ่งในการยา บางหมอก็เกียจกัน ที่พวกอันแพทย์รักษา บ้างกล่าวเปนมารยา เขาเจ็บน้อยว่ามากครัน บ้างกล่าวอุบายให้ แก่คนไข้นั้นหลายพัน หวังลาภจะเกิดพลัน ด้วยเชื้อถ้อยอาตมา บางทีไปเยีนไข้ บ่มีใครจะเชิญหา กล่าวยกถึงคุณยา อันตนรู้ให้เชื่อฟัง บางแพทย์ก็หลงเล่ห์ ด้วยกาเมเข้าปิดบัง รักษาโรคด้วบกำลัง กิเลสโลภะเจตนา บางพวกก็ถือตน ว่าไข้คนอนาถา ให้ยาจะเสียยา บ่ห่อนลาภจะพึงมี บ้างถือว่าตนเฒ่า เปนหมอเก่าชำนาญดี รู้ยาไม่รู้ที รักษาได้ก็ชื่นบาน แก่กายไม่แก่ณุ้ ประมาทผู้อุดมญาน แม้เด็กเปนเด็กชาญ ไม่ควรหมิ่นประมาทใจ เรียนรู้ให้เจนจัด จบจังหวัดคัมภีร์ไสย์ ตั้งต้นปฐมใน ฉันทศาสตร์ดังพรรณา ปฐมจินดาโชตรัจ ครรภ์รักษาอไภยสันตา สิทธสารนนท์ปักษี อติสารอะวะสาน มรณะญาณตามคัมภีร์ สรรพคุณรสอันมี ธาตุบัญจบโรคนิทาน ฤดูแลคืนวัน ยังนอกนั้นหลายสถาน ลักษณะธาตุพิการ เกิดกำเริบและหย่อนไป ทั้งนี้เปนต้นแรก ยกยักแยกขยายไข กล่าวย่อแต่ชื่อไว้ ให้พึงเรียนตำหรับจำ ไม่รู้คัมภีร์เวท ห่อนเห็นเหตุซึ่งโรคทำ แพทย์เอ๋ยอย่างมคลำ จักขุมืดบ่เห็นหน แพทย์ใดจะหนีทุกข์ ไปสูสุขนิพพานดล พิริยสติตน ประพฤติได้จึงเปนการ ศีลแปดแลศีลห้า เร่งรักษาสมาทาน ทรงไว้เปนนิจกาล ทั้งไตรรัตน์สรณา เห็นลาภอย่าโลภนัก อย่าหารหักด้วยมารยา ไข้น้อยว่าไข้หนา อุบายกล่าวให้พึงกลัว โทโสจงอดใจ สุขุมไว้อยู่ในตัว คนไข้ยิ่งคร้ามกลัว มิควรขู่ให้อดใจ โมโหอย่าหลงเล่ห์ ด้วยกาเมมิจฉาใน พยาบาลแก่คนไข้ ทั้งอื่นอันกล่าวกล วิจิกิจนาเล่า จงถือเอาซึ่งครูตน อย่าเครือบแคลงอาการกล เห็นแม่นแล้วเร่งวางยา อุทธัจจังอย่าอุทธัจ เห็นถนัดในโรคา ให้ตั้งตนดังพระยา ไกรสรราชเข้าราวี อนึ่งโสดอย่าสบเซา อย่าง่วงเหงานั้นมิดี เห็นโรคให้ถอยหนี กระหน่ำยาอย่าละเมิน ทิฏฐิมาโนเล่า อย่าถือเอาซึ่งโรคเกิน รู้น้อยอย่าด่วนเดิน ทางใดรกอย่าครรไล อย่าถือว่าตนดี ยังมียิ่งข฿้นไป อย่าถือว่าตนใหญ่ กว่าเด็กน้อยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ใดรู้ในธรรม ให้ควรยำอย่าโวหาร เรียนเอาเปนนิจการ เร่งนบนอบให้ชอบที ครูพักและครูเรียน อักษรเขียนไว้ตามมี จงถือว่าครูดี เพราะได้เรียนจึงรู้มา วิตักโกนั้นบทหนึ่ง ให้ตัดซึ่งวิตักกา พยาบาทวิหิงษา กามราคในสันดาน วิจาโรให้พินิจ จะทำผิดฤาชอบกาล ดูโรคกับยาญาน ให้ต้องกันจะพลันหาย หิริกังละอายบาป อันยุ่งหยาบสิ้นทั้งหลาย ประหารให้เสื่อมคลาย คือตัดเสียซึ่งกองกรรม อโนตตับปังบทบังคับ บาปที่ลับอย่าพึงทำ กลัวบาปแล้วจงจำ ทั้งที่แจ้งจงเว้นวาง อย่าเกียจแก่คนไข้ คนเข็ญใจขาดในทาง ลาภผลอันเบาบาง อย่าเกียจคนพยาบาล เท่านี้กล่าวไว้ใน ฉันทศาสตร์เปนประธาน กลอนกล่าวให้วิถาน ใครรู้แท้นับว่าชาย

วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2550

ก่อนจะไปเป็นหมอ

  • หมอเอ๋ยจงฟังสาร โบราณท่านได้กล่าวมา เป็นแพทย์ไม่ศึกษา
  • ฉันทศาสตร์ให้เรืองรมย์ ไม่รู้กำเหนิดไข้ แต่ได้ยาก็ชื่นชม
  • รักษาด้วยอารมณ์ ประโยชน์ลาภอันพึงใจ
  • หมอนั้นท่านเปรียบปาน ดังคนตาบอดกำเนิดใน ดันถือทิฏฐิใจ ไม่เห็นโทษในกองกรรม วางยาแต่คราวเดียว ไม่ต้องโรคยับระยำ ดังโตมราตำ ตลอดยอดอุระใน ยาผิดเป็นสองครั้ง ดังยกทุ่มเข้ากองไฟ ถ้าวางยานั้นผิดไป คำรบถ้วนเป็นสามครา ดังต้องอสุนีสาย มาฟาดกายให้มรณา กายยับด้วยพิษยา กำเริบโรคทวีไป หมอนั้นครั้นสิ้นชนม์ จะไปทนกำเนิดใน นรกอันยิ่งไฟ ทั้งหม้อน้ำทองแดงมี หมู่นายนิรยบาล ประชุมเชิญด้วยยินดี เครื่องโทษบรรดามี จะยกให้เป็นรางวัล เป็นแพทย์จงเพรียรเรียน ให้รอบรู้จงครบครัน ที่อยู่ฤดูวัน อายุปันและเวลา สำแดงแสลงไข้ โรคอันใดจะเป็นมา รู้ไข้ให้รู้ยา รักษากำเนิดใน กาดำประจำโรค โรคดังกาอันตาไว เงือดเงื้อธนูไป ก็หลีกหลบธนูพลัน ยายิ่งธนูปาน สิงหราชก็เพรียงกัน โรคดังมฤควัญฒ์ จะลี้หลบไปเอง โรคมีตามพงษา เปนเวลาบุราณเพลง โทษก่อกำหนดเกรง จะยายากด้วยแรงกรรม แพทย์ใดชำนาญรู้ กำเนิดโรคและยายำ ยาไข้ด้วยใจทำ เที่ยงแน่แท้ในทางบูญ ทั้งลาภก็ยิ่งลาภ และทั้งคุณก็ยิ่งคุณ ทำบุญก็ได้บุญ ประเสริฐเลิศวิชาชาญ จักเป็นที่เสน่หา ถ้วนทุกหน้าย่อมกราบกราน ไกลไกล้ก็ไม่นาน จะสู๋ไปง้อง้อน เป็นที่สรรเสริญ เจริญใจทั้งให้พร ครั้นถึงซึ่งม้วยมรณ์ จะได้ไปในเมืองสวรรค์ เสวยทิพย์สิ่งสุข แสนสนุกทุกวี่วัน คัมภีร์ท่านรำพรรณ ประกาศไว้แต่หลังมา
  • ขอขอบคุณ ฉันทศาสตร์ แพทยศาสตร์สงเคราะห์
  • http://www.tmc.or.th/
  • http://www.clinicsuwan.com/

ยาแก้ลงแดง ใช้บำบัดยาเสพติดทุกชนิด

  • ขนานนี้ใช้ในการช่วยให้ผู้ที่มีความประสงค์จะกลับตัวกลับใจเลิกยา
    เอาจันทร์ทั้ง๒ สังกระณี๑ เนระภูสี๑
    สน๑ สัก๑ กรักชี๑ หว้านกลีบแรด๑
    หว้านร่อนทอง๑ ฤาษีประสมแล้ว๑ ใบระงับ๑
    ใบผักขวง๑ ผลจันทรน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑
    ผลเบ็ญกานี๑ สีเสียดทั้ง๒
    รวมยาแล้วได้ ๑๗ สิ่งอย่างละเสมอหรือเท่ากันมาบด เอาเหล้าเป็นกระสายทำเป็นแท่งไว้
    เวลาใช้นำมาละลายน้ำแช่เปลือกแคแดง ชงดื่ม เมื่อมีอาการลงแดง
    คำเตือน....การเก็บยาและการปรุงยาควรจะปรึกษาแพทย์ยาแผนโบราณ หรือผู้เชียวชาญก่อน
    ควรใช้สมุนไพรท่สดใหม่และการเก็บรักษาที่ถูกต้อง จะได้สรรพคูณดี
    http://www.samunpri.com/
  • http://www.nectec.or.th/

ผมร่วง แก้ไขหัวล้าน ผมไม่สวย

  • เป็นสูตรสมุนไพรโบราณ เก่าแก่ใช้แพร่หลายในสังคมชั้นสูงในสมัยโบราณเป็นแนวทางแก้ไข
  • เอาทางตาลมาลนไฟนำไปบิดเอาแต่น้ำถ้วน๑
  • ใบคราม๑หญ้าแพรก๑ขมิ้นอ้อย๑
  • นำมาตำเอาแต่น้ำสิ่งละ๑ถ้วย
  • น้ำมันงา๑
  • วิธีทำนำมาโขรกด้วยโครกหินเบาจนละเอียดคั้นเอาแต่น้ำไม่ควรจะเติมน้ำเปล่าลงไปจะต้องคั้นจากสมุนไพรโดยตรง
  • เสร็จแล้วนำไปเคียวไฟอ่อนๆช้อนตักเอาแต่น้ำมันด้านบนแล้วนำมาปรุง
  • ใส่ดีกา ดีตะพาบน้ำ ดีนกกาน้ำ
  • ใช้ชโลมผมหรือทาพอหมาดๆงดใช้ยาสระผม
  • ให้ใช้น้ำอุ่นทำความสะอาดผมก่อนควรจะนวดหนังศรีษะเบาๆลูบผมลงพยามอย่าเสยผมแรงๆลดการสระผมบ่อยๆ
  • ควรจะสวมหมวกเวลาโดนลมแรงๆ
  • http://www.samunpri.com
  • http://www.nectec.or.th

  • และสามารถ...ขอคำปรึกษาและคำแนะนำจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ทุกหน่วยงานเช่น สถาบันแพทย์แผนไทย